Skip to main content

WE GIVE WHAT WE LIKE : เพระชื่นชอบจึงมอบให้

21

อานนท์ อึ้งอภินันท์, รัชชา พันธ์พานิช
เจ้าของร้าน
The Arrow Rest

 

สิ่งที่ทำให้ The Arrow Rest ‘แตกต่าง’ จากร้านกาแฟที่มีอยู่มากมายในเชียงใหม่ อยู่ที่ ‘ประสบการณ์’ ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัส เพราะคงไม่มีที่ไหนที่ในระหว่างการดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟ อาจจะมีนักดนตรีฝึกซ้อมบรรเลงบทเพลงให้ได้ชมและฟังกันใกล้ หรือถ้ามองออกไปนอกร้าน ก็อาจจะได้พบเจอบรรดานักยิงธนู ที่กำลังจดจ่ออยู่กับเป้าที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะปล่อยสายส่งลูกธนูออกไปสู่เป้าหมาย

หลากหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในร้านขนาดพอเหมาะและมีบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองแห่งนี้ มีที่มาจาก ‘ความชอบ’ ของ นนท์ – อานนท์ อึ้งอภินันท์ และ แอ้ – รัชชา พันธ์พานิช ที่นำสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบ อย่างดนตรี การยิงธนู และรสชาติของกาแฟของฝ่ายแรก มารวมกับความชอบที่มีต่อภาษาอังกฤษและการทำขนมของฝ่ายหลัง “เราสองคนมีความสนใจในหลายด้าน ก็เลยคิดกันว่าอยากจะมีสถานที่ที่รวมเอาสิ่งที่เราชอบเอาไว้ด้วยกัน ก็เลยกลายเป็นร้านนี้ขึ้นมา” เป็นคำบอกเล่าของแอ้ถึงที่มาของ The Arrow Rest

นนท์เล่าว่า ‘ความชอบ’ ของเขาเริ่มต้นจากดนตรีก่อนเป็นอย่างแรก “ตอนเด็กๆ ที่บ้านให้ผมเรียนเปียโนซึ่งผมไม่ชอบเลย แต่พออยู่มัธยม ได้เห็นวงดนตรีคลาสสิคเล่นดนตรีแล้วรู้สึกประทับใจ ก็เลยหันมาหัดเล่นดนตรีคลาสสิค จนที่บ้านแนะนำว่าน่าจะเรียนทางดนตรีไปเลย ต่อมาก็คือการยิงธนู ผมรู้จักกีฬาชนิดนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย พอได้ลองแล้วก็ชอบมาก เรียกว่าไปยิงแทบทุกวัน (หัวเราะ) ส่วนกาแฟผมรู้สึกชอบตอนที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา เพราะว่าช่วงนั้นจะดื่มกาแฟบ่อยมาก        พอกลับมาเมืองไทยก็เลยไปฝึกเป็นบาริสต้ากับญาติที่ทำร้านกาแฟอยู่ จากนั้นก็ไปทำงานอยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้เราได้ฝึกฝนเรื่องกาแฟและเรียนรู้อีกมากมาย ก่อนที่จะกลับมาเชียงใหม่แล้วมาทำร้านของตัวเอง” ส่วนแอ้ออกตัวว่าชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก “พอทำอะไรที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกว่าทำได้ดี ก็เลยเอาจริงเอาจังทางนี้มาตลอด ส่วนเรื่องทำขนม เป็นเพราะตอนเด็กๆ พี่เลี้ยงชวนให้ช่วยเขาทำ ทำแล้วรู้สึกว่าสนุกดี เหมือนได้ทำการทดลอง ได้ลุ้นว่าคนจะชอบขนมที่เราทำไหม ก็เลยหัดทำเอง แล้วก็ทำมาตลอดจนถึงทุกวันนี้”

ถึงแม้ไอเดียการนำความชอบของแต่ละฝ่ายมารวมไว้ในร้านจะเป็นสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้คนจดจำ รวมทั้งจะเป็นการเริ่มต้นความฝันที่อยากสร้างสถานที่ไม่ได้มีแต่กาแฟ หากมีกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างให้ผู้มาเยือนได้เลือกตามความชอบในเชียงใหม่ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ‘ความฝัน’ ของพวกเขาต้องเจอบททดสอบหลายอย่าง กว่าที่จะสำเร็จออกมาเป็นรูปร่าง โดยแอ้กล่าวว่า “พอเห็นตัวเงินที่ใช้ไปก็ตกใจเหมือนกัน โชคดีที่ครอบครัวของเราเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร แล้วก็ไม่เคยกดดันว่าเราต้องสนใจแต่เรื่องหารายได้เพียงอย่างเดียว” ส่วนนนท์บอกว่า การทำร้านมีผลกับชีวิตของเขามาก “จากที่เมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ศิลปิน ไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ แต่ประสบการณ์จากการทำร้านทำให้ผมรอบคอบขึ้นเยอะครับ”

ปัจจุบัน The Arrow Rest เปิดให้บริการมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันก็เป็นไปในทิศทางที่พวกเขามุ่งหวัง “ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันครับว่ากิจกรรมในร้านจะไม่เข้ากันหรือเปล่า แต่พอทำไปจริงๆ แต่ละอย่างก็เชื่อมโยงกันได้ ใครมากินกาแฟ ถ้าอยากออกไปยิงธนูก็ไป หรือถ้ามีคนมาเล่นดนตรี คนอื่นๆ ก็ได้ฟังเพลงไปด้วย ผมเองชงกาแฟไปก็สามารถดูความเรียบร้อยของทุกอย่างไปด้วยได้”  เป็นคำตอบของนนท์ ขณะที่แอ้ยกตัวอย่างว่า “นนท์มีพี่คนหนึ่งที่รู้จักกันมานานแล้วจากการยิงธนู พอพี่เขารู้ว่าที่นี่มีสอนดนตรีด้วย จากที่มาเพื่อยิงธนูกับดื่มกาแฟ ตอนนี้ก็สมัครเรียนดนตรีด้วยไปแล้ว” ส่วนการที่ต้องทำงานร่วมกันนั้น พวกเขาบอกว่าข้อดีของอีกฝ่ายคือสิ่งที่ช่วยให้การทำงานเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยนนท์พูดถึงแอ้ว่า“แอ้จะเป็นคนที่มีเหตุมีผล แล้วก็รอบคอบมาก การมีเขามาช่วยคิดอีกแรงเลยช่วยผมได้เยอะมาก” ส่วนแอ้นั้นมองว่า “นนท์เป็นคนชัดเจนมากว่าตัวเองต้องการจะทำอะไร ฉะนั้นเวลาที่ต้องตัดสินใจ แอ้จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา”

เมื่อถามว่าความชอบในสิ่งต่างๆ ให้อะไรกับพวกเขาบ้าง แอ้บอกว่า “เราไม่เคยคิดว่าเราเปิดร้านกาแฟหรือทำสนามยิงธนู แต่คิดว่าเราชงกาแฟกับสอนยิงธนู แล้วเราก็มีสถานที่ของเรามากกว่า คือสิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว แล้วแต่ละอย่างที่ทำมันก็มีส่วนช่วยให้ชีวิตของคนที่มาลองเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเปิดมุมมองใหม่ๆ ซึ่งเวลาที่เขาทำได้ อย่างเช่นมาเรียนภาษาอังกฤษแล้วเข้าใจมากขึ้น หรือกินขนมแล้วอร่อย เราก็มีความสุขไปด้วย” ส่วนนนท์นั้น สำหรับเขาแล้ว The Arrow Rest ไม่ใช่แค่ร้าน แต่เป็น ‘ครอบครัว’ ที่เขาอยากให้เติบโตไปด้วยกัน “ผมมาอยู่ที่ร้านก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมาทำงานนะครับ เหมือนมาพักผ่อนมากกว่า ว่างๆ ไม่มีลูกค้า ผมก็ออกไปยิงธนู หรืออย่างลูกค้าที่เคยมาเราก็พูดคุยทำความรู้จักจนกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว ส่วนเวลาที่มีลูกค้าเข้าร้านแต่ละครั้ง ผมก็จะพยายามหาเครื่องดื่มให้ตรงกับที่เขาอยากได้ หรือชวนเขาให้ลองทำกิจกรรมต่างๆ ที่เรามี เวลาที่เห็นคนดื่มเครื่องดื่มของเราแล้วบอกว่าชอบมาก หรือไปลองยิงธนูแล้วรู้สึกสนุก ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ เห็นเขามีความสุขเราก็มีความสุข เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเอง”

และเมื่อถามว่า ต่อจากนี้พวกเขาอยากเห็นร้านแห่งนี้เติบโตไปอย่างไรในอนาคต นนท์บอกว่าเขายังไม่คิดไปไกล แต่ขอทำทุกอย่างในแต่ละวันให้ดีที่สุด ให้คนที่มาเยือน The Arrow Rest ได้รับความสุขกลับไปมากที่สุด ขณะที่แอ้บอกว่า ไม่ว่าร้านจะเติบโตไปอย่างไร แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยน คือพวกเขาจะยังคงทำทุกอย่างด้วยตัวเอง “เพราะเราไม่ได้มองว่านี่คือธุรกิจ แต่เราทำเพราะเราอยากทำสิ่งเหล่านี้จริงๆ”

 

ABOUT THEM : นนท์จบการศึกษาจากวิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ ส่วนแอ้เป็นศิษย์เก่าจากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจบปริญญาโททางด้านวรรณคดีจากประเทศอังกฤษ ภายในร้านนนท์จะรับผิดชอบเรื่องการชงกาแฟและสอนยิงธนู ขณะที่แอ้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับการสอนภาษาอังกฤษ และทำขนมมาฝากขายที่ร้าน ใครที่อยากแวะไปลองชิมกาแฟ สนใจอยากลองยิงธนู หรืออยากสอบถามเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ ก็ลองเข้าไปทำความรู้จักกับพวกเขาได้ที่เฟซบุ๊ค The Arrow Rest

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai