Skip to main content

BUSINESS PARTNERS A GEM COMPANION : คู่หูธุรกิจ – คู่คิดนักอัญมณี

72

สิรินุช เอื้ออารยะมนตรี / วราลี ศรีสุธีวงศ์

Owner of VERA Gemwellery

 

 

         ความชอบมักเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ทำอะไรได้โดยคาดไม่ถึง บางคนทำได้ดีทีเดียว แต่บางคนยังคงอยู่ในกระบวนการค้นหาต่อไป แต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ใช่หรือยัง การพัฒนาความชอบไปสู่ความฝัน แล้วสานต่อให้กลายเป็นความสำเร็จในชีวิตได้ ก็น่าจะทำการงานสนุกและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับ หมู - สิรินุช เอื้ออารยะมนตรี และ ยุ้ย - วราลี ศรีสุธีวงศ์ สองสาวนักออกแบบจิวเวอรี่ และเจ้าของแบรนด์ VERA Gemwellery ก็ใช้ความชอบแปรเปลี่ยนไปสู่ความฝัน กระทั่งนำมาสร้างแบรนด์จนประสบความสำเร็จ 

         “Passion มีอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ตั้งแต่เด็กก็คลุกคลีกับธุรกิจจิวเวอรี่ โดยไม่มีความรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยเลย คือพอเรามีวิถีชีวิตที่ดี มันก็มีความสุขอยู่แล้วล่ะ งานอย่างอื่นอาจจะยากกว่านี้ แต่นี่เป็นงานที่เราถนัดและทำได้ดีมากกว่า ได้เจอลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไปด้วย” เดาได้ไม่อยากเลยว่าทำไมหมูและยุ้ยถึงจับมือกับทำธุรกิจร้านจิวเวลรี่ ด้วยความคุ้นเคยกับอัญมณีเพราะที่บ้านทำธุรกิจมาก่อนบวกกับความชอบ จึงทำให้ทั้งคู่เลือกเรียนในสาขาอัญมณีวิทยา ศึกษาเรื่องอัญมณีจนเชี่ยวชาญ ซึ่งหลังจากเรียนจบได้แยกย้ายกันไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนจะกลับมาสร้างเปิดร้านร่วมกันภายใต้แบรนด์ VERA Gemwellery โดยคำว่า VERA มาจากภาษาลาตินที่แปลว่า ของจริง, แท้ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง ต่อมาเป็นตัวโปรดัคท์ที่มีความเป็นโมเดิร์น และยูนีค ตลอดจนเป็นงานแฮดเมดจากฝีมือช่างที่มีความชำนาญ

         ด้วยดีไซน์ทันสมัยของสินค้าที่เจาะความต้องการของคนรุ่นใหม่ สร้างให้ VERA Gemwellery เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าหลายๆ คน ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานด้วย อย่างการใส่โลโก้, สลักชื่อ หรือลายเซ็น โดยงานชิ้นงานนั้นจะไม่มีการผลิตซ้ำขึ้นมาอีก เรียกได้ว่าเป็นสินค้า ‘ลิมิเต็ด’ ผลิตขึ้นเฉพาะลูกค้าแต่ละคนไปเลย ไม่เพียงใส่ใจในรายละเอียดสินค้า แต่การบริการที่ใส่ใจก็ทำให้จิวเวอรี่แบรนด์นี้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการบอกกันปากต่อปาก

              “ถ้าลูกค้าคนไหนสนใจจะเข้ามาดูสินค้าในร้านเพียงอย่างเดียว หรือจะลองสวมจิวเวอรี่ทั้งร้านเลยก็ได้ เราไม่ว่า เราไม่กดดันลูกค้า ของแบบนี้บางทีไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆ เขาอาจจะเก็บเงินมาทั้งชีวิต เพื่อจะซื้อแหวนเพชรสักวง เพราะสินค้าค่อนข้างมีราคาสูง ต้องให้เวลาเขาตัดสินใจ และเอาราคาไปเปรียบเทียบกับที่อื่นได้ด้วย ก็เป็นสิทธิ์ของลูกค้า”

         นอกจากมีหน้าร้านให้ลูกค้าได้สัมผัสและเลือกแบบสินค้าได้ตามความพึงพอใจแล้ว ยังเปิดขายผ่านสื่อออนไลน์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด และมักจะสั่งสินค้าแบบออนไลน์ เพราะสะดวกกว่า โดยดูชิ้นงานผ่านงานที่เราเอาขึ้นโชว์ หากเกิดปัญหาในการขนส่งทางร้านจะรับผิดชอบทั้งหมด เช่น การคลาดเคลื่อนของสินค้าระหว่างขนส่ง กระทั่งเพชรหลุดภายในระยะเวลา 1 เดือน ทางร้านจะใส่ให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมูและยุ้ยถือว่าอยู่ในส่วนของความรับผิดชอบของทางร้าน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเธอสร้างความน่าเชื่อถือและมีความจริงใจต่อลูกค้า ทำให้ลูกค้าก็ไว้วางใจในสินค้าและการบริการของพวกเธอด้วยเช่นกัน

              ไม่เพียงลูกค้าชาวไทยเท่านั้นที่ให้ความสนใจ สินค้าของพวกเธอยังต้องตาชาวต่างชาติ อาจเป็นเพราะการออกแบบที่เป็นสากล มีความทันสมัย และมีคุณภาพ ทั้งยังใช้ศิลปะและเอกลักษณ์แบบไทยๆ ใส่ลงไปในชิ้นงาน จึงสร้างความแตกต่างอย่างน่าสนใจให้กับชาวต่างชาติด้วย อย่างสินค้าของ  VERA Gemwellery จะเป็นงานแฮนเมดทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะมีความโมเดิร์นและยูนีคแล้ว พวกเธอยังสร้างสรรค์งานชิ้นพิเศษที่นำเอกลักษณ์ท้องถิ่นของภาคเหนือผสมผสานเข้าไปในชิ้นงานด้วย โดยเครื่องประดับเหล่านี้จะทำขึ้นเพื่อประมูลและนำรายได้ไปช่วยเหลือสังคมตามวาระโอกาส อย่างล่าสุดเป็นการออกแบบสร้อยข้อมือหินสี ที่คัดสรรหินมีคุณภาพสีสวย มาผสมผสานกับเงินแท้และลวดลายผ้าพื้นเมือง และนำออกประมูลในแฟนเพจเพื่อนำรายได้มอบให้การกุศล ซึ่งชิ้นงานที่ผลิตขึ้นมาเพื่อการประมูลนี้จะไม่มีการทำซ้ำเพื่อออกจำหน่ายในภายหลัง   ด้วยสไตล์การทำงานที่คล้ายและไปในทิศทางเดียวกัน จึงส่งผลให้หมูและยุ้ยไม่ค่อยพบปัญหาในการทำงานร่วมกัน ส่วนปัญหาที่พบบ่อยจะเป็นระยะเวลาในการทำชิ้นงานเสียมากกว่า เนื่องจากจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์โดยประมาณในการสร้างชิ้นงานหนึ่งๆ การสั่งเผื่อเวลาไว้ที่ 1-2 เดือนจะช่วยให้ลูกค้าได้ชิ้นงานที่พอใจมากกว่า เพราะเมื่อทำเสร็จจะต้องให้ลูกค้าลองใส่ดูก่อนว่าพอดีหรือเปล่า ต้องปรับขนาดหรือไม่ ตรวจสอบความเรียบร้อยของชิ้นงาน การเผื่อเวลาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง

         “เราสามารถคุยกันรู้เรื่องในทิศทางเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่การคิดต่างจะไม่ดี แต่การที่แต่ละคนคิดอะไรแล้วนำมาวิเคราะห์กันว่ามันดีหรือไม่อย่างไร อีกคนคิดอีกแบบแล้วข้อดี ข้อเสียต่างกันอย่างไร เราคุยกันได้ค่ะ ส่วนมากเราใช้เหตุผล ก็เลยไม่มีปัญหาในการทำงานด้วยกัน”

              และเมื่อถามถึงในอนาคตพวกเธอบอกว่าถ้าเป็นไปได้อาจจะมี VERA Gemwellery ขยายสาขาไปทางภาคอีสานด้วยฐานลูกค้าที่นั่นมีมากพอสมควร ซึ่งหมูและยุ้ยก็ยังมองว่าเป็นเรื่องของอนาคต ณ ตอนนี้อยากจะทำจุดนี้ให้ดีที่สุดมากกว่า ส่วนวันข้างหน้าอยากให้รอติดตามกันต่อไป “ทุกวันนี้เราให้ความจริงใจกับลูกค้า ให้ความเป็นกันเอง ให้ความรู้ และความเชื่อมั่น ธุรกิจลักษณะนี้ต้องอาศัยเวลา ขอทำตรงนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนดีกว่า” 

 

 

 

ABOUT THEM :

         ‘ยุ้ยและหมู’ จบการศึกษาจากสาขาวิชาอัญมณีวิทยา ภาควิชาธรณี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันนอกจากทั้งคู่จะเป็นนักอัญมณีวิทยาและเจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่แล้ว เมื่อว่างจากการทำงานประจำพวกเธอก็แบ่งเวลามาทำประโยชน์เพื่อสังคม อย่างการเปิดประมูลเครื่องประดับเพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยต่างๆ ถือเป็นการจัดกิจกรรมให้แฟนเพจได้มีส่วนร่วมในการทำบุญร่วมกัน สามารถติดตามรายละเอียดและแวะชมจิวเวลรี่ของพวกเธอได้ที่ www.veragemwellery.com, www.facebook.com/VERAGemwellery หรือที่ร้าน VERA Gemwellery ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 9 

 

 

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai