Skip to main content

THE SAX MAN’S JOURNEY : เสียงแซ็กนำชีวิต

78

เอกชัย เทพรักษา

นักดนตรี

 

            ถ้าดูกันที่รูปร่างหน้าตา เอก – เอกชัย เทพรักษา เป็นชายหนุ่มตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หากไม่นับการแต่งกายในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ก็อาจจะไม่ได้มีจุดสนใจใดๆ ที่ชวนให้ผู้คนจดจำเขาเป็นพิเศษมากนัก

            แต่ยามที่ชายหนุ่มคนนี้เริ่มต้นเป่าแซ็กโซโฟน เสียงดนตรีที่เขาถ่ายทอดผ่านท่วงทำนองมีพลังดึงดูดสายตาและเรียกความสนใจจากผู้คนที่อยู่รายรอบได้เสมอ ดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วหลายต่อหลายครั้ง ยามที่เขาร่วมเล่นดนตรีกับเพื่อนพ้องน้องพี่นักดนตรีในจังหวัดเชียงใหม่ตามงานต่างๆ

              ก่อนที่จะกลายมาเป็นมือแซ็กโซโฟนที่ใครๆ กล่าวขวัญถึง เอกเล่าว่าเขากับแซ็กโซโฟนมาพบเจอกันเป็นครั้งแรก เมื่อถูกคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของวงโยทวาทิตประจำโรงเรียนครั้งเรียนชั้นมัธยมศึกษา จากช่วงแรกๆ ที่ทำได้แค่ถือแซ็กโซโฟนเดินในขบวนให้คนครบวงและคิดจะเลิกหลายต่อหลายครั้ง แต่เมื่อมีโอกาสได้เห็นการประกวดวงโยทวาทิตระดับประเทศ ความคิดที่มีต่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็เปลี่ยนไป “พอไปเห็นเขาประกวด รู้สึกว่า เออ มันเท่ดีนะ แล้วพอเริ่มเป่าได้ ก็มีกำลังใจ เลยเล่นมาเรื่อยๆ” และด้วยความที่คลุกคลีกับดนตรีมาโดยตลอดนับแต่นั้น การเรียนทางด้านดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยจึงเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา

              “คือใจอยากเป็นครู คิดว่าถ้าเล่นดนตรีแล้วสอนคนอื่นให้ซาบซึ้งกับดนตรีแบบที่เราเคยรู้สึกได้ก็น่าจะดี อีกอย่างเราเห็นตัวอย่างรุ่นพี่ๆ ที่เขามีวงดนตรีของตัวเอง ก็อยากจะเป็นอย่างเขาบ้าง แต่พอไปเรียนจริงๆ เราพบว่าตัวเองอาจจะเห็นอะไรหลายๆ อย่างต่างไปจากที่ระบบการศึกษาเป็นอยู่ ทำให้ไม่ได้เรียนให้จบ แต่ว่าหันมาเล่นดนตรีอย่างจริงจังแทน”

              ชีวิตนักดนตรีกลางคืนของเอกดำเนินไปตามครรลองของนักดนตรีทั่วๆ ไป ที่ไปเล่นดนตรีในสถานบันเทิงต่างๆ มีรายได้พอเลี้ยงดูตัวเองได้ โดยในระหว่างนั้นเขาแบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปติดตามดูนักแซ็กโซโฟนคนอื่นๆ ในเชียงใหม่ ซึ่งเขาบอกว่าคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการเล่นดนตรีของเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “อย่างพี่ปอ North Gate (ภราดล พรอำนวย) เวลาเราเห็นเขาเล่นแล้วก็รู้สึกว่าชอบ อยากเล่นแบบพี่เขาได้บ้าง แล้วก็รู้สึกว่าการเล่นดนตรีให้ดีนั้นสามารถพาเราไปได้ไกลนะ เหมือนอย่างพี่เขาที่ไปรอบโลกมาแล้ว” กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อมีคนชักชวนให้เขาเดินทางไปเล่นดนตรีที่เกาะเต่า สถานที่ที่ทำให้เอกได้พัฒนาฝีมือของตัวเอง และได้ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย จนทำให้เขามั่นใจในยามที่กลับมาเชียงใหม่ ว่าตัวเองเป็นนักดนตรีที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

              “แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นว่าเราทำพังหมดนะ คือตอนนั้นร้อนวิชา ไปเล่นกับคนอื่นเขาไปทั่ว แต่กลายเป็นว่ารับงานมากเกินไป ลืมไปเล่นบ้าง ไปไม่ทันบ้าง เรียกว่าบริหารจัดการตัวเองไม่ได้ก็ว่าได้” และเมื่อบวกกับการมองเห็นสภาพชีวิตนักดนตรีที่วนเวียนอยู่กับการใช้ร่างกายในการเล่นดนตรี กินดื่มและสังสรรค์อย่างหนักหน่วง เอกจึงตัดสินใจว่าเขาควรจะต้องหาจุดสมดุลให้กับการเล่นดนตรีของเขาเสียใหม่ “จากนั้นมาก็เลยไม่รับงานเยอะๆ แล้ว พยายามหาเวลาให้ตัวเองได้อยู่กับธรรมชาติบ้าง  แล้วก็หันมาแจมกันคนอื่นๆ มากขึ้น”

              เอกให้เหตุผลถึงการร่วมแจมดนตรีกับเพื่อนนักดนตรีคนอื่นๆ ว่า นอกจากจะเป็นวิธีการที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ดนตรีหลายๆ รูปแบบแล้ว ยังเป็นแนวทางในการเล่นดนตรีที่เขาตั้งใจเอาไว้อีกด้วย “เราเคยเล่นแบบที่เอาแต่โซโล่ หรือว่าเน้นใช้อารมณ์เยอะๆ มาแล้ว รู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้นคงเล่นดนตรีได้ไม่นาน การเล่นดนตรีในทุกวันนี้ก็เลยพยายามจะเล่นด้วยความรู้สึกมากขึ้น พยายามฟังว่านักดนตรีคนอื่นๆ เขาเล่นกันแบบไหน เพื่อที่เราจะได้เล่นให้เข้ากับเขาให้ได้มากที่สุด”

ด้วยเหตุนี้หากมีคนถามว่าเขาเล่นดนตรีแนวไหน เอกจะให้คำตอบว่าเขาไม่มีรูปแบบดนตรีที่ตายตัว หากแต่ใช้ความรู้สึกสื่อสารผ่านดนตรีไปสู่ผู้อื่น “ เหมือนกับเราพยายามสื่อความปรารถนาดีออกไป โดยที่ไม่ได้คิดหรอกว่าจะได้อะไรกลับมา แค่พยายามเล่นดนตรี ณ เวลานั้นให้ดีที่สุด ถ้ามันเข้ากันได้ดีก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนสิ่งอื่นๆ อย่างมิตรภาพ การร่วมงานกันอีกในโอกาสต่อๆ ไปนั้น ก็ให้เป็นเรื่องของโอกาสและความพึงพอใจ ถ้าเขาเห็นว่าเล่นกับเราแล้วดี เขาก็จะชวนเราไปเล่นด้วยอีกเองโดยที่เราไม่ต้องไปร้องขอ”

ซึ่งถ้าดูจากความถี่ของการปรากฏตัวของเขาบนเวทีต่างๆ แล้ว ‘ความรู้สึก’ ที่เอกส่งผ่านดนตรีของเขาออกไป มีคนมากมายที่สัมผัสได้โดยไม่ต้องสงสัย

             

ABOUT HIM :  เอกบอกว่าเขากำหนดเป้าหมายให้กับตัวเองในปัจจุบันไว้ว่า อยากจะทบทวนความรู้ทางด้านทฤษฎีดนตรีต่างๆ รวมทั้งฝึกฝนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ตัวเองสามารถเล่นดนตรีได้ดียิ่งขึ้น และมีทักษะที่พร้อมจะรองรับการเล่นดนตรีในหลากหลายสถานการณ์มากขึ้นตามไปด้วย ส่วนแผนการในอนาคต เขาบอกว่าอยากมีผลงานเพลงของตัวเอง และอยากมีธุรกิจโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยวแบบแบ็ค แพ็ก ไว้เลี้ยงชีพอีกทางหนึ่ง

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai