Skip to main content

RIDE TO THE TOP : ขี่ม้าล่าฝัน

152

ภคินี พันธาภา

นักขี่ม้า / เจ้าของชมรมขี่ม้าลัดดาแลนด์

 

ภัค – ภคินี พันธาภา เป็นนักขี่ม้าประเภทศิลปะการบังคับม้า (Dressage) เธอติดทีมชาติ ไปแข่งขันมาแล้วมากมายหลายรายการ (รายการใหญ่ล่าสุดที่เธอเข้าร่วมการแข่งขันคือเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ที่อินชอน เกาหลีใต้) ดังนั้น เมื่อเธอเล่าว่าสมัยเด็กๆ เธอไม่ชอบการขี่ม้าเอาเสียเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเอาการ

“ตอนเด็กๆ พอผู้ใหญ่บอกว่าจะพาไปหัดขี่ม้าเราก็กลัวอยู่นะ แล้วไปหัดขี่ม้าวันแรกก็ดันตกม้าอีก (หัวเราะ) ทีนี้พอขี่เป็นแล้ว เมื่อก่อนเวลาไปขี่ม้าเขาจะนิยมขี่ไปเที่ยวป่ากัน ความที่เราเป็นเด็ก ก็จะได้ขี่ม้าตัวเล็กๆ แล้วก็ต้องขี่ตามๆ เขาไป ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยสนุก เพราะทำได้แค่วิ่งตามๆ กัน จะขี่เร็วๆ ก็ไม่ได้ ไม่ได้บังคับม้าอย่างที่อยากทำเท่าไหร่” เธออธิบายเหตุผลที่ทำให้ไม่ชอบการขี่ม้าในครั้งนั้น

มุมมองของภัคที่มีต่อการขี่ม้าเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขี่ม้าอย่างจริงจังมากขึ้นในเวลาต่อมา “ตอนนั้นชมรมขี่ม้าลานนาก่อตั้งขึ้น และที่ชมรมมีนักขี่ม้าที่มีประสบการณ์การขี่ม้าในต่างประเทศมาให้คำแนะนำ ซึ่งทำให้เราได้ว่าการขี่ม้าอย่างจริงจังเนี่ยเขามีอะไรบ้าง แล้วพอได้ลองแล้วก็พบว่า การขี่ม้าในแบบศิลปะการบังคับม้าเป็นอะไรที่น่าจะเหมาะกับเรามากที่สุด คือพอได้ลองแล้วก็ชอบ รู้สึกว่าเราได้ควบคุมม้าให้ทำสิ่งต่างๆ ได้จริงๆ ก็เลยเลือกขี่ม้าแบบนี้มาตลอดตั้งแต่นั้น”

หลังจากค้นพบแนวทางการขี่ม้าที่ตนเองถนัด ภัคเพิ่มพูนประสบการณ์การขี่ม้าของตัวเองจากการฝึกฝนและลงแข่งขันในรายการต่างๆ จนกระทั่งได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เธอค้นพบว่าทักษะที่มีอยู่ยังไม่พร้อมสำหรับการก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่า เธอจึงตัดสินใจว่าจะต้องกลับมาฝึกฝนและเตรียมองค์ประกอบต่างๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ “พอถึงจุดหนึ่ง เรารู้ตัวว่าความสามารถของตัวเองยังไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น ประกอบกับช่วงหนึ่งไม่มีม้าสำหรับแข่งขันที่เหมาะกับเรา เพราะ การจะหาม้าที่มีความสามารถและเข้ากับนักขี่ม้าได้ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ก็เลยตัดสินใจว่าคงจะต้องหาม้าที่มีศักยภาพ รวมทั้งตัวเราเองก็ต้องไปฝึกฝนเพิ่มเติมให้เก่งขึ้นด้วย”

“การฝึกฝน” ที่ภัคกล่าวถึงนั้น ได้แก่การเดินทางไปฝึกซ้อม รวมทั้งเสาะหาม้าที่ผ่านการฝึกมาแล้ว สำหรับใช้เป็นม้าแข่งประจำตัว ณ ประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีนักขี่ม้าในระดับแชมป์โลกมากมาย และมีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการขี่ม้า อย่างไรก็ตาม การไป ‘เรียนรู้’ ของเธอนั้นไม่ใช่เส้นทางที่สะดวกสบาย หากแต่มีอุปสรรคมากมายหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การที่ต้องตระเวนเสาะหาม้าที่เหมาะสมเพื่อจะซื้อมาใช้ฝึกหัดอย่างจริงจัง (เธอพบกับ ‘ธายุธิน’ ม้าคู่ใจที่ฝึกซ้อมร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน และผ่านการแข่งขันรายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มาแล้ว) การจัดสรรเวลาในการเดินทางและการฝึกซ้อมในแต่ละครั้ง เนื่องจากวีซ่านักท่องเที่ยวทำให้เธอไม่สามารถอยู่ฝึกซ้อมติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ได้ เรื่องงบประมาณที่ต้องใช้ซึ่งเป็นเงินทองส่วนตัวทั้งสิ้น ไปจนถึงการใช้ชีวิตเพียงลำพังในต่างแดน

“เราโชคดีที่ได้ฝึกกับโค้ชที่เก่ง แล้วเขาก็ให้เราพักอยู่ติดกับคอกม้าเลย แต่ว่าเราก็ต้อดูแลตัวเอง ทำกับข้าวกินเองอะไรอย่างนั้น คือลำบากไหมก็ไม่ได้ลำบาก แต่ว่าก็ไม่ได้สบายอะไร แล้วความที่อยู่คนเดียว บางทีมันก็รู้สึกเหงา รู้สึกคิดถึงบ้าน ก็มีท้อบ้างเหมือนกัน อีกอย่างคือเราพบว่าไปที่โน่นฝีมือเราก็แค่ระดับเบื้องต้นของเขาเท่านั้นเอง คืออยู่ที่เมืองไทยเราเคยเข้าแข่งขัน เคยได้รางวัล คิดว่าตัวเองขี่ม้าใช้ได้ แต่พอไปฝึกที่โน่น เราพบว่าคนที่เก่งกว่าเรามีอีกเยอะ ต้องเริ่มฝึกกันใหม่ตั้งแต่ระดับพื้นฐานเลย อย่างทุกวันนี้เวลามีการแข่งขันเราก็ลองเข้าแข่งขันอยู่ตลอด แม้คะแนนจะยังไม่ถึงกับดีมาก ก็ถือซะว่าเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ”

ภัคบอกว่าการค้นหาม้าที่เหมาะสมและการไปพัฒนาฝีมือในต่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เธอวางเอาไว้ภายใน 10 ปี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าแข่งขันในระดับกรังด์ปรีซ์ (Grand Prix) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของการขี่ม้าประเภทศิลปะการบังคับม้า “คิดมาตลอดว่าอยากจะขี่ม้าให้เก่งขึ้น ที่ไปเรียนที่เมืองนอกก็คงเพราะเหตุผลนี้ ก็เลยอยากไปให้ถึงระดับสูงสุด ถึงในความเป็นจริงจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ใช่แค่ฝีมือการขี่ม้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่าม้าก็ต้องมีความสามารถในระดับนั้นด้วย ซึ่งในตอนนี้เรายังไม่มีม้าแบบนั้น แต่ในเมื่อเดินมาขนาดนี้แล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ตามเป้าไหม ก็ต้องทำให้เต็มที่ที่สุด”

 

ABOUT HER : ภัคเป็นศิษย์เก่าจากวิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ แต่เธอออกตัวว่าแทบจะไม่ได้เล่นดนตรีเลย เพราะทุ่มเทให้กับการขี่ม้ามาตลอด ทุกวันนี้หากไม่มีโปรแกรมเดินทางไปฝึกซ้อมยังต่างประเทศ เธอก็จะฝึกซ้อม รวมทั้งคอยดูแลความเรียบร้อยของชมรมขี่ม้าลัดดาแลนด์ (Facebook : Laddaland Equestrian Club) ซึ่งเป็นธุรกิจของเธอและสามี เธอบอกว่าการขี่ม้าคือการใช้ภาษาร่างกายสื่อสารกันระหว่างคนกับม้า ซึ่งถ้าทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน การขี่ม้าก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับการได้ขับรถหรูๆ เลยทีเดียว

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai