Skip to main content

THE EXTREME CHEF : เต็มที่กับชีวิตแบบเชฟก้อง

172

ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร

Head Japanese Chef, The Dhara Dhevi Chiang Mai

 

            ช่วงหนึ่งของการสนทนากับ เชฟก้อง – ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร ท่าทางและสีหน้าที่ปรากฏให้เห็นระหว่างที่เขาเล่าเรื่องมีด (เขาเล่าเรื่องมีดเล่มหนึ่งที่ได้มาจากญี่ปุ่นซึ่งนับเป็นของหายากอย่างยิ่งให้ฟัง) กับการสัก (เขาบอกว่ากำลังเตรียมตัวจะไปสักลายใหม่กับช่างสักที่พูดคุยกันถูกคอ) นั้น บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เพียงแต่จะชื่นชอบเท่านั้น หากแต่เขายัง ‘เต็มที่’ กับสิ่งต่างๆ ที่เลือกทำด้วย

              “รุ่นพี่ที่ผมเคารพคนหนึ่งบอกผมว่า ถ้าทำอะไรแล้วไม่คิดจะทำให้สุด ก็อย่าไปทำ ถ้าจะทำอะไรต้องทำให้สุดทางไปเลย ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่ใช่สันดานลูกผู้ชาย ซึ่งผมว่าก็จริงนะ ไม่ว่าจะทำอะไรเราต้องทำให้มันเต็มที่ไปเลย ไม่ต้องกั๊ก อีกอย่างคือผมไม่ใช่คนฉลาด แล้วการที่จะเป็นคนโง่ที่เก่งได้คือต้องทำให้เยอะกว่าคนอื่น ผมเรียนไม่เก่ง คิดอะไรก็ช้า เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เยอะ ทำให้หนัก ทำให้ดี เราถึงจะสู้คนอื่นเขาได้” เป็นคำอธิบายของเชฟก้อง

              เขาอธิบายต่อว่าตัวเองเป็นคนที่ใช้ชีวิตสองด้านชัดเจน “เวลาสนุกผมสนุกสุดๆ เลยนะ ปล่อยตัวเต็มที่เลย (หัวเราะ) แต่ถึงเวลาทำงานก็ต้องมีความรับผิดชอบ จะให้ชีวิตส่วนตัวมาทำให้งานเสียไม่ได้” ซึ่งถ้าใครได้เห็นภาพต่างๆ ที่เขาโพสต์ไว้ในอินสตราแกรมของตัวเอง เมื่อครั้งที่เขาเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ใน REN ห้องอาหารญี่ปุ่นของโรงแรม The Dhara Dhevi Chiang Mai แล้ว ก็คงจะเห็นด้วยว่าชายหนุ่มคนนี้ ‘จริงจัง’ กับงานที่เขารับผิดชอบมากแค่ไหน

เชฟก้องบอกว่าเขาอยากเป็นเชฟมาตั้งแต่เด็ก โดยมีที่มาจากการช่วยคุณแม่ทำอาหารเพื่อรับประทานร่วมกันในครอบครัว “สำหรับผมการทานอาหารไม่ใช่แค่ได้ทานอาหารอร่อยๆ แต่ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก และการสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจและความสุขให้กับคนอื่นๆ” ขณะที่การทำงานในฐานะเชฟของเขานั้น หลายคนอาจคิดว่าการเข้าแข่งขันในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยและสามารถเอาชนะเชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขา แต่เชฟก้องกลับบอกว่า การต้องเข้าไปรับหน้าที่เชฟของร้าน Kaguya คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากในชีวิต “คือมันไม่ใช่แค่ต้องมาทำอาหารญี่ปุ่น แต่ว่าผมต้องเข้าไปทำทุกอย่าง คือเชฟคนเก่าเขาลาออกไป แล้วงานที่เขาทิ้งไว้มันไม่โอเค ผมเลยต้องเข้าไปดูตั้งแต่เรื่องทำห้องครัวเลย เป็นช่วงเวลาที่ผมได้ประสบการณ์เยอะมาก ไม่ใช่แค่เรื่องทำอาหาร แต่รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับร้านอาหารด้วย”

              ทุกวันนี้แม้จะมีตำแหน่งเป็น Head Chef แต่เชฟก้องก็ยังคงลงมือทำอาหารด้วยตัวเองในหลายๆ เมนู “อย่างซูชิที่เสิร์ฟที่ REN นี่ผมปั้นเองก็ 60-70% เข้าไปแล้ว บอกได้เลยว่าผมเน้นทุกๆ คำ อีกอย่างผมจะบอกทีมงานทุกๆ คน ว่าเราไม่ได้ทำแค่อาหารนะ แต่เรากำลังสร้างช่วงเวลาที่ลูกค้าจะประทับใจและจดจำ ซึ่งเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าลูกค้าประทับใจ เขาก็จะกลับมาหาเราอีก แต่ถ้าไม่ ครั้งนั้นก็คือครั้งเดียวที่เรากับเขาจะได้เจอกัน เพราะฉะนั้นเราต้องเต็มที่กับอาหารทุกๆ จานที่เสิร์ฟออกไป คนทางจะชอบอาหารของเราไหมเราไม่รู้หรอก แต่เราต้องเต็มที่กับอาหารของเราก่อน แล้วถ้าลูกค้าชื่นชอบ มีความสุขกับอาหารที่เราทำออกไป เห็นแล้วมันหายเหนื่อยเลยนะ”

 

ABOUT HIM : ศิษย์เก่าด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ Le Cordon Bleu Dusit Culinary School คนนี้มีความฝันว่าอยากมีฟาร์มของตัวเอง เพื่อที่จะเขาจะได้เลี้ยงโคนม ปลูกผักและดอกไม้ต่างๆ อย่างที่ชอบ ขณะเดียวกัน ในฐานะที่เคยไปร่ำเรียนด้านดนตรีที่ Berklee College of Music (เขาเลิกเรียนเพราะพบว่าตัวเองชอบทำอาหารมากกว่า) เขายังคงเล่นดนตรีและหวังว่าจะได้ทำเพลงของตัวเองในอนาคต

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai