Skip to main content

LEARNING BY DOING : ชีวิตคือการเรียนรู้

56

ฐิตวันต์ ไชยวงศ์

Interior Designer

 

 

              เพราะชีวิตคือการเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด และก็มีหลากหลายวิธีการไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่ในห้องเรียน บางครั้งโลกกว้าง และการหาประสบการณ์ในต่างแดนก็ช่วยให้ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องของการใช้ชีวิต สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองจากการออกไปสัมผัสประสบการณ์นั้นโดยตรง เช่นเดียวกับอินทีเรียดีไซเนอร์สาวคนนี้ ตอง - ฐิตวันต์ ไชยวงศ์ เธอเคยเป็นทั้งสถาปนิก คอลัมนิสต์นิตยสารตกแต่งบ้าน ก่อนจะบินไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา อยู่ทำงานที่นั่นอีกพักใหญ่ๆ ก็กลับเมืองไทยเพื่อมาต่อวีซ่า จากตอนแรกที่คิดว่าจะเยี่ยมบ้านแค่พักเดียว แต่ก็มีอันได้อยู่ยาว และกลายเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์แบบเต็มตัว

              "ตอนแรกเรากลับมาเมืองไทย ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นาน มาเปลี่ยนวีซ่าแล้วก็จะกลับ แต่ด้วยความที่มีงานของเพื่อนเราเข้ามา พอเราไปดูแล้วอยากทำ รู้สึกว่าไม่อยากปล่อยให้คนอื่นทำ แล้วก็คุยกับเพื่อนแล้วก็คลิกกัน ก็เฮ้ย...ทำดีกว่า เป็นคอนโดที่กรุงเทพฯ กลายเป็นโปรเจ็คท์ที่นานมากประมาณปีกว่า เพราะเป็นรีโนเวทที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ก็มีทำดีด้วย ทำพลาดบ้าง โดนเพื่อนด่าบ้าง แต่ก็ถือว่าได้เรียนรู้เยอะ แล้วผลงานที่ออกมาเราก็แฮปปี้กับมัน พอเสร็จโปรเจ็คท์นี้ก็ตั้งใจว่าจะกลับอเมริกา แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้กลับสักที นี่สามปีแล้ว (หัวเราะ)"

              หลังจากงานตกแต่งชิ้นแรกจบไป ผลงานของเธอได้เผยแพร่ออกสู่สาธารณะมากขึ้น ทำให้มีงานติดต่อเข้ามาให้ต่อทำเรื่อยๆ ถึงตอนนี้รวมแล้วก็ราวๆ สามโปรเจ็คท์ ตองเล่าว่าด้วยความที่เธอค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องของรายละเอียดมาก โดยเฉพาะการพูดคุยกับลูกค้าเพื่อดึงเอาตัวตนของเขาออกมาให้เห็นในงานออกแบบอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

              "จริงๆ เราเป็นคนเลือกลูกค้านะ ถ้าคุยแล้วไม่คลิก จูนไม่ตรงกัน ก็จะไม่รับงาน ซึ่งก็ต้องเป็นอย่างนั้นเนอะ คือเราเป็นคนที่ถ้าให้เราทำงานธรรมดาๆ เราจะไม่ทำ คือไม่ได้บอกว่างานตัวเองเลิศเลออะไรแบบนี้นะ แต่ถ้ามาแล้วบอกว่าแค่อยากได้ตู้วางตรงนั้นตรงนี้ เอาแบบบัดเจ็ทถูกๆ นะ ไม่ต้องมีอะไรเยอะ เราไม่รับ อาจจะเป็นเพราะด้วยนิสัยชอบทำอะไรที่ชาเล้นจ์ตลอดเวลา เราชอบอะไรที่ท้าทายความสามารถ เพราะฉะนั้นถ้าลูกค้าพร้อมที่จะพุชไปกับเราด้วยก็จะสนุกกับการทำงานมาก คือต้องออกมาแล้วว้าวน่ะ ไม่ใช่เข้าไปดูแล้ว เออๆ ก็ดีนะ"

              วิธีการทำงานของตองก่อนจะลงมือร่างงานออกแบบ นับว่าละเอียดละออและมีขั้นตอนมากมาย เธอเล่าว่าหลังจากตกลงรับโอเคแล้ว จะมอบการบ้านให้ลูกค้าไปหาสิ่งของที่สัมพันธ์กับชีวิตของเขามาให้เธอดู ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย สิ่งที่ชอบ หรือข้าวของเครื่องใช้ ตองให้เหตุผลว่าก่อนเธอจะลงมือออกแบบจะต้องรู้จักตัวตนของผู้อยู่อาศัยให้มากที่สุด แล้วเธอจะหยิบเอาสิ่งนั้นออกมาผสมผสานกับไอเดียของเธอเอง เพื่อให้งานตกแต่งสามารถตอบสนองการใช้งาน และสะท้อนตัวตนเจ้าของบ้าน

              "เราพยายามทำอินทีเรียบ้านให้เป็นแบ็คกราวน์ของเจ้าของบ้านมากกว่า คือหมายถึงว่าเรารู้ว่าบ้านพอตกแต่งเสร็จแล้ว พอเจ้าของบ้านเข้าไปอยู่เขาจะเป็นคนที่ทำให้บ้านมีชีวิต การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์หรืออะไรก็แล้วแต่ จะต้องสื่อตัวตนของเจ้าของบ้าน เวลาเราคุยกับลูกค้าก็จะพยายามดึงตัวเขาออกมา แล้วเอามาใส่ในงาน เขาจะต้องทำการบ้านมาเยอะมาก เพื่อเราจะได้รู้ว่าเขาชอบแนวไหน เหมือนกับเปิดตัวตนให้เราเห็น แล้วเราก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดออกมา แล้วก็เอาก้อนความคิดของเราผสมลงไป ก็จะเจอกันครึ่งทาง ซึ่งบางครั้งอาจจะต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดนิดหน่อยนะ แต่ว่าเราเชื่อว่ามันจะดี จะโอเคมั้ย ก็พยายามแนะนำ แล้วเราเป็นคนที่ฟังลูกค้าเยอะว่าเขามีความต้องการแบบไหน เพื่อให้ถ่ายทอดตัวตนของเขาสะท้อนออกมาในการตกแต่งให้มากที่สุด"

              ตองบอกว่าเธอชอบการเรียนรู้ การทำงานก็มีความสนุกอย่างหนึ่ง คือได้เรียนจากสถานการณ์จริง ยิ่งถ้าได้รับโจทย์ที่ท้าทายความสามารถ ก็เหมือนกับเล่นเกมชนะ แล้วผ่านไปสู่ด่านที่ยากขึ้นเรื่อยๆ   

              "เราว่าการทำงานทุกอย่างคือเราได้เรียนรู้ไปด้วย เพราะในระหว่างที่เราทำ เรายังโง่อยู่ไง แต่พอเราทำเสร็จแล้ว เราก็เข้าใจกระบวนการมากขึ้น พอทิ้งระยะไปสักพักนึงให้ความคิดตกตะกอน แล้วย้อนกลับไปดู ก็มักจะรู้สึกว่า เออ… ทำแบบนี้ก็ได้นี่หว่า จะรู้สึกอย่างนี้กับทุกโปรเจ็คท์ที่ทำเสร็จแล้วย้อนกลับไปมอง ก็จะแบบ เฮ้อ.. น่าจะเปลี่ยนตรงนี้เนอะ อะไรแบบนี้ จริงๆ ก็ไม่ค่อยดีนแง่ที่ว่าจะเปลี่ยนทำไม เพราะตอนทำเราก็มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาแล้ว แต่อาจจะดีในแง่ตัวเอง เพราะเรารู้แล้วว่าสำหรับการทำงานครั้งต่อไป จะต้องพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงตรงไหน"

 

ABOUT HER:

ภายหลังจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอก้าวเข้าสู่การทำงานเป็นสถาปนิกตามที่ร่ำเรียนมา แต่นั่นอาจยังไม่ใช่คำตอบที่เธอค้นหา ตองจึงเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางการทำนิตยสาร แม้จะไม่มีพื้นฐานทางด้านการเขียนมาก่อน แต่ความรู้ด้านสถาปัตย์ที่เรียนมาก็ช่วยให้การเป็นคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร ROOM ง่ายขึ้น ภายหลังการคลุกคลีในแวดวงนิตยสารอยู่หลายปี ด้วยความเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ประกอบกับรู้สึกอิ่มตัวกับงาน ตองตัดสินใจบินไปเรียนต่อด้านสถาปัตย์โดยตรงในสาขาการออกแบบผังเมืองที่ Southern California Institute of Architecture ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

Profile picture for user hipjunior

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai